THE KING IN THAI HEARTS

king
เนื้อหาเหมาะสำหรับระดับชั้น ม.1-ม.6

สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1    เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้
                            ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ
ตัวชี้วัด ม.4-6/2   อธิบาย/อภิปรายวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และที่มาของขนบธรรมเนียม
                             และประเพณีของเจ้าของภาษา

KING IN THAI HEARTS: Why Thai People Hold HM the King So High in Their Reverence and Endless Love

เมื่อ BBC มาขอสัมภาษณ์ในหลวง เพื่อออกรายการสารคดี The Soul of Nation ในปี ค.ศ.1979 ท่านทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า

“To explain the meaning of the term “monarch” seems to be a question quite difficult to answer, especially, in my own case as I’m being known generally as the MONARCH. In fact, my role is far from being a duty of a monarch

as generally understood before. My present duty is to do whatever useful.   If asked how many plans I have for the future. My answer is I have no plan. We don’t know what will happen in the future. But no matter what would happen, I will choose to do only useful things, which I think that’s good enough for me.”


1.

“…. ผมเคยอยู่มาแล้วหลายแผ่นดิน แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวแผ่นดินใดที่คนทั้งเมืองเขาเป็นเจ้าเข้า เจ้าของ ให้ความเคารพบูชาอย่างสนิทสนมอย่างทุกวันนี้…พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลก่อน ๆ ทรงครองแผ่นดิน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลนี้ทรง “ครองใจคน..”คึกฤทธิ์

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช

“…I have lived through many reigns but I have never seen any king of any reign that all people of the this country seem to think that HM the King belongs to them and give so much respect and reverence up close and personal as I see today… the kings of prior reigns had ruled the land. But HM the King of this present reign has ruled the hearts of the people…”
 M.R. Kukrit Pramoj
(The late Mom Rajawongse Kukrit Pramoj was the 13th prime minister of Thailand of cabinet No. 36 from Mar. 14, 1975 to Jan 12, 1976)

2.

“ดอกไม้จากหัวใจ”

ที่นครพนม บนเส้นทางรับเสด็จตรงสามแยกชยางกูร-เรณูนคร บ่ายวันที่ 13 พ.ย. 2498 อาณัติ บุนนาค หัวหน้าส่วนช่างภาพประจำพระองค์ ได้บันทึกภาพในวินาทีสำคัญที่กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ภาพหนึ่งของประเทศ
ภาพที่พูดได้มากกว่าคำพูดหนึ่งล้านคำ
วันนั้นหลังจากทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเสร็จสิ้นในช่วงเช้าแล้ว ทั้ง 2 พระองค์ได้เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งกลับไปประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ราษฎรที่รู้ข่าวก็พากันอุ้มลูก จูงหลานหอบกันมารับเสด็จที่ริมถนนอย่างเนืองแน่น ดังเช่นครอบครัวจันท์นิตย์ ที่ลูกหลานช่วยกันนำ แม่ตุ้ม จันท์นิตย์ วัย 102 ปี ไปรอรับเสด็จ ณ จุดรับเสด็จห่างจากบ้าน 700 เมตร โดยลูกหลานได้จัดหาดอกบัวสายสีชมพูให้แม่เฒ่าจำนวน 3 ดอก และพาออกไปรอที่แถวหน้าสุดเพื่อให้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทที่สุด

เปลวแดดร้อนแรงตั้งแต่เช้าจนสาย เที่ยงจนบ่าย แผดเผาจนดอกบัวสายในมือเหี่ยวโรย แต่หัวใจรักภักดีของหญิงชรายังเบิกบาน เมื่อเสด็จฯ มาถึงตรงหน้า แม่เฒ่าได้ยกดอกบัวสายโรยราสามดอกนั้นขึ้นจบเหนือศีรษะแสดงความจงรักภักดี อย่างสุดซึ้ง พระเจ้าแผ่นดินทรงโน้มพระองค์อย่างต่ำที่สุด จนพระพักตร์แนบชิดกับศีรษะของแม่เฒ่า ทรงแย้มพระสรวลอย่างเอ็นดู พระหัตถ์แตะมือกร้านคล้ำของเกษตรกรชรา ชาวอีสานอย่างอ่อนโยน

เป็นคำบรรยายเหมือนไม่จำเป็น สำหรับภาพที่ไม่จำเป็นต้องบรรยาย ไม่มีใครรู้ว่าทรงกระซิบคำใดกับแม่เฒ่า แต่แน่นอนว่าแม่เฒ่าไม่มีวันลืม

เช่นเดียวกับที่ในหลวงไม่ทรงลืมราษฎรคน สำคัญที่ทรงพบริมถนนวันนั้น หลานและเหลนของแม่เฒ่าเล่าว่า “หลังจากเสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ แล้ว ทางสำนักพระราชวังได้ส่งภาพรับเสด็จของแม่เฒ่าตุ้ม พร้อมทั้งพระบรมรูปหล่อด้วยปูนพลาสเตอร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแผ่นมาทางอำเภอพระธาตุพนมให้แม่เฒ่าตุ้มไว้เป็นที่ระลึก”

พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ อาจมีส่วนชุบชูชีวิตให้แม่เฒ่ายืนยาวขึ้นอีกด้วยความสุขต่อมาอีกถึงสามปี เต็ม ๆ แม่เฒ่าตุ้ม จันท์นิตย์ ราษฎรผู้โชคดีที่สุดคนหนึ่งในรัชกาลที่ 9 สิ้นอายุขัยอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่ออายุได้ 105 ปี

ข้อมูลจาก “แม่เฒ่าตุ้ม จันท์นิตย์” ภาคพิเศษโดย คุณหญิงศรีนาถ สุริยะ วารสารไทย


Flowers from the Heart

In Nakorn Phanom on the route for HM the King’s convoy to pass a point known as Chayangkura- Renu Nakorn 3-way junction on Nov. 13, 1955 in the afternoon, Mr. Anat Bunnag, the division chief of HM the King private photographers had snapped a moment of truth picture that has become one of the country’s historic photographs.

After HM the King finished his merit-making rite at Wat Thatphanomvaramahaviharn in the morning, Their Majesties the King and Queen traveled by car to stay for a night at the Governor’s official residence. The local people who got the news gathered at the roadsides with their children in tow, creating a large crowd to watch Their Majesties. The Chandnit family members of Grandma Toom, at 102 years old, brought her to wait for the royal convoy to pass at a roadside spot about 700m from their home. The grandma’s children brought along a bunch of 3 pink lotus flowers for her to hold in her hands in reverence of Their Majesties and brought her to the front line as close as possible to watch her King and Queen.

It’s a hot day with the bright sunshine from the morning to early afternoon, making the lotus flowers in the hands of Grandma Toom wilted and drooping but her face was still fresh with happiness. When Their Majesties’ car stopped in front of her, the old woman lifted her hands with the 3 wilting lotus flowers in her palms above her head, as a sign of high respect and deep loyalty. His Majesty stepped out from the car and walked over to the old woman. HM the King bent down to her as low as possible, his face nearly touched the old woman’s face. His Majesty smiled, his expression of kindness radiated out, and reached out his hand to gently touch the coarse and aging hands of the old north-easterner. It’s a scene that needed no description and a picture that description was not necessary. No one knows what His Majesty whispered to the grandma. But she will never forget.

Likewise, His Majesty has never forgotten that old citizen he met on the roadside that day. Grandchildren of the old woman related, “After Their Majesties got back to Bangkok, the Royal Palace Bureau had sent Grandma Toom a picture of that moment of truth between His Majesty and herself together with a miniature plaster-molded image of her beloved King through the Office of Phra Thatphanom District for her keepsakes.”

The immeasurable royal kindness might have given the old grandma and extended age for another 3 years. Grandma Toom Chandnit, one of the most lucky citizens in the 9th Reign, passed away peacefully of her old age at 105 years.

Source: “Grandma Toom Chandnit, a story written by Kunying Srinath Suriya, in Thai Magazine

3.

“ต่อไปจะมีน้ำ”

บทความ “น้ำทิพย์สาดเป็นสายพรายพลิ้วทิวงาม ทั่วเขตคามชื่นธารา” เขียนโดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 5 ธ.ค.2528 ได้เล่าให้ผู้อ่านชาวไทยได้ประจักษ์ถึงเรื่องอัศจรรย์ของ “ในหลวง” กับ”น้ำ” ที่เกิดขึ้นในคำวันหนึ่งของเดือน ก.พ.2528

 ด้วยความทุกข์ที่เปี่ยมล้นใจอันเนื่องมา จากต้องเผชิญความแห้งแล้งอย่างหนัก หญิงชราคนนึ่งที่มาเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จได้คลานเข้ามากอดพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบบังคมทูล ด้วยน้ำตาอาบแก้ม ขอพระราชทานน้ำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสตอบว่า”ยายไม่ต้องห่วงแล้วนะ ต่อไปนี้จะมีน้เราเอาน้ำมาให้”

แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระ ดำเนินกลับไปยังรถพระที่นั่งซึ่งจอดห่างออกไปราว 5 เมตร ปรากฏว่าท่ามกลางอากาศที่ร้อนแล้ง จู่ ๆ ก็เกิดฝนตกลงมาเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีทำให้

ผู้ตามเสด็จและราษฎรในที่นั้นถึงกับงุนงงไปตาม ๆ กัน

There Will Be Water Later On

In an article, “The Holy Water is Falling Down in Sparkling Streams of Cristal-Clear Rain Drops to Bring Wetness to Our Land All Over”, written by Manoon Mukpradith in the daily Thai Rath on Dec 5, 1985 to tell a story of a miracle happened during a late evening, one day in Feb. 1985. (The article’s title comes from a passage in the lyric of one of His Majesty’s  hit  songs, The Falling Rain.)

With a heart filled with lots of suffering from a serious drought, an old local woman, who had waited to see HM the King on a royal visit to a faraway village, crawled up close to His Majesty and embraced his feet. She said with tears falling down her cheeks to His Majesty, asking for royal help in bringing water to the village. His Majesty said, “Grandma, don’t worry. There will be water later on. I’ll bring water to you.”

His Majesty, then, walked back to the royal car, parked about 5 metres away. Suddenly, the extremely dry and hot air changed to a downpour for the first time in 5 years. The rain surprised all officers in His Majesty’s convoy and the local villagers. It’s like a miracle to all of them. 

MyKings

Source: Thai Rath

คำถามนำเข้าสู่บทเรียน

1. On behalf of  the King’s Birthday, lets discuss about why do Thai people

     love him.

2. How do peple celebrate on this day?

กิจกรรมเสนอแนะ

ให้นักเรียนเขียนบทความสั้นๆ เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การบูรณาการกับกลุ่มสาระฯอื่น

กลุ่มสาระฯ ภาษาไทย  สังคมศึกษาฯ  ศิลปศึกษา

ที่มา :

KING IN THAI HEARTS: Why Thai People Hold HM the King So High in Their Reverence and Endless Love

บทเรียนวัน Halloween

Halloween

วันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวยุโรปที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ คุณครูจึงควรนำบทเรียนนี้ไปสอนเพื่อให้นักเรียนรู้ที่มา และเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวอังกฤษและอเมริกันค่ะ

เนื้อหา เหมาะสำหรับนักเรียน ระดับชั้น ม.1-3

สาระที่ 2              ภาษาและวัฒนธรรม

มาตรฐาน ต2.2   เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  

ตัวชี้วัด   ม.1/2    เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง  วันสำคัญ  และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับของไทย

 คำถามนำเข้าสู่บทเรียน

1. When is Halloween?

2. What are the words used about Halloween?

 ขั้นตอนการสอน

1. ครูถามคำถามนำเข้าสู่บทเรียน เปิดวีดีโอคลิปเพลง Halloween ภาษาไทย

2. นักเรียนดู Powerpoint เกี่ยวกับประวัติวัน Halloween

คลิกที่ภาษาอังกฤษด้านขวามือเพื่อตามไป download file   Halloween-History and Tradition

3. ครูและนักเรียนพูดคุย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติ

4. ครูนำเสนอเนื้อเพลงง่ายๆ ที่นิยมร้องกันในวัน Halloween

   

5. ครูเปิดวีดีโอคลิปการนำเพลงนี้มาใช้ในการจัดงาน party

6. ครูสอบถามว่านักเรียนสามารถแต่งตัวเป็นอะไรได้บ้างในวัน Halloween และเปิด powerpoint แนะนำคำศัพท์เกี่ยวกับวัน Halloween

Words used on Halloween

7. ทำกิจกรรม word search ฝึกหาคำศัพท์ เพื่อนให้จำศัพท์ได้แม่นยำขึ้น

Halloween word search

8. ทำแบบฝึกหัดเติมคำ

Halloween Cloze Test

กิจกรรมเสนอแนะ

นักเรียนค้นคว้าเรื่องวัน Halloween เพิ่มเติม และทำใบพับส่งเป็นชิ้นงาน

การบูรณาการกับสาระอื่น :

 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  สังคมศึกษาฯ  กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพฯ สุขศึกษาฯ

ที่มา :

www.youtube.com

www.bogglesworldesl.com

holidays.pppst.com/


สื่อในการฝึกบทสนทนา Shopping

เนื้อหาเหมาะสำหรับ ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-ม.6)
สาระที่ ๔ ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
ตัวชี้วัด ม.4-6/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม

Watch the scene and write these questions in their correct place.

1. May I help you?

2. Are you looking for something in Particular?

3. How much is this?

4. How much is this, Marie?

Shop assistant :…………………………………………………………………………………………

Pretty woman; I’m just checking things out.

Shop assistant: ……………………………………………………………………………………………..

Pretty woman: No,well,yeah..Something… conservative.

Shop assistant:……………………………………………………………………………………………

Pretty woman: You’ve got nice stuff.

Shop assistant: Thank you.

Pretty woman:……………………………………………………

Shop assistant: I don’t think this would fit you.

Pretty woman: Well,I didn’t ask it it would fit, I asked how much it was.

Shop assistance ……………………………………………………………

Marie: It’s very expensive.

Pretty woman: Look I got money to spend in here.

Shop assistant: I don’t think we have anything for you.You’re obviously in the wrong place. Please leave.

คำถามและประเด็นอภิปราย

1. Do you think the shop assistants are good?

2. Will you buy clothes in the shop like this?

กิจกรรมการเรียนการสอน

1. นักเรียนดูวีดีโอ ฟังและเลือกประโยคไปเขียนในแบบฝึกหัดให้ถูกต้องตามบทพูด

2. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบ โดยคลิกดูวีดีโอไปพร้อมๆ กัน

3. ครูถามคำถามและอธิบายสำนวน look down on = ดูหมิ่น,เหยียดหยาม เขียนตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษบนกระดานดำ

The shop assistants in this shop look down on the pretty woman.

4. ฝึกพูดประโยคสนทนา

5. ครูอธิบายต่อไปว่า Pretty woman ไป shopping ที่ร้านอื่นเพราะร้านนี้ดูถูกเธอ แต่วันหนึ่ง ได้มีโอกาสผ่านมาร้านนี้อีก และ Pretty woman ก็เข้าไปในร้าน ให้นักเรียนลองคิดและตอบว่าจะพูดกับเจ้าของร้านว่าอย่างไรเป็นการตอบแทนนิสัยที่ไม่ดี

6. ครูเฉลยโดยเปิดวีดีโอตอนท้ายให้ดู

กิจกรรมเสนอแนะ

แสดงบทบาทสมมติ

การบูรณาการกับสาระอื่น

กลุ่มสาระฯ การงานอาชีพ สังคมฯ ภาษาไทย

Song : I can’t be tamed

เนื้อหาสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้น ม.4-6

สาระที่ 1 ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตุผล

ตัวชี้วัด 1/1 อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน และบทร้อยกรอง (poem) สั้นๆ ถูกต้องตาม หลักการอ่าน

คำถามนำสู่การอภิปรายชั้นเรียน :
1. Do you like songs in English?
2. Have you ever heard this song?
3. What’s the song about?

เนื้อเพลงและความหมาย
[Verse One – Miley Cyrus]
For those who don’t know me, I can get a bit crazy สำหรับคนที่ไม่รู้จักฉันดีพอ ฉันสามารถทำให้คลั่งไคล้ได้
Have to get my way, 24 hours a day ถึงขนาดเฝ้าติดตามฉันตลอด 24 ชั่วโมง
‘Cause I’m hot like that เพราะฉันร้อนแรงแบบนี้
Every guy everywhere just gives me mad attention ผู้ชายทุกคนทุกที่ๆฉันเจอถึงได้สนใจฉันมากมาย
Like I’m under inspection, I always get the 10 ถ้าฉันได้รับการตรวจสอบ ก็คงได้คะแนนเต็มสิบ
‘Cause I’m built like that เพราะฉันถูกสร้างให้เกิดมาเป็นแบบนี่

I go through guys like money flyin’ out their hands ฉันผ่านผู้ชายเหมือนเงินที่โบยบินออกจากกระเป๋าของชายเหล่านั้น
They try to change me but they realize they can’t พวกเขาพยายามจะเปลี่ยนฉันแต่ก็ตระหนักว่าทำไม่ได้
And every tomorrow is a day I never planned (Oooh) ฉันไม่เคยวางแผนถึงวันพรุ่งนี้
If you’re gonna be my man, understand ถ้าอยากจะมาเป็นผู้ชายของฉัน ก็ควรจะเข้าใจ

[Chorus – Miley Cyrus]
I can’t be tamed, I can’t be saved ฉันไม่ใช่คนที่เลี้ยงให้เชื่องได้ง่ายๆ ฉันไม่ยอมให้ใครเอาเก็บไว้
I can’t be blamed, I can’t, can’t ฉันไม่ยอมให้ใครมาบ่นว่า หรือตำหนิติเตียน
I can’t be tamed, I can’t be changed
I can’t be saved, I can’t be (can’t be)
I can’t be tamed

[Verse Two – Miley Cyrus]
If there is a question about my intentions ถ้าจะถามถึงความมุ่งหวังของฉัน
I’ll tell ya I’m not here to sell ya ฉันจะบอกว่าฉันไม่ได้อยู่นี่เพื่อจะขายอะไรคุณ
Or tell ya to get to hell หรือบอกให้คุณไปลงนรกซะ
(I’m not a brat like that) (ฉันไม่ใช่แบบนั้น)
I’m like a puzzle but all of my pieces are jagged ฉันเหมือนตัวปริศนาที่ชิ้นส่วนทุกชิ้นมีรอยต่อ
If you can understand this, we can make some magic ถ้าคุณเข้าใจ เราคงสร้างสิ่งมหัศจรรย์กันได้
I’m on like that

[Bridge – Miley Cyrus]
I wanna fly I wanna drive I wanna go ฉันอยากจะบิน,ขับรถ,อยากจะไป
I wanna be a part of something I don’t know (Ooooh ooh) อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ฉันไม่รู้
And if you try to hold me back I might explode (Ooh) และถ้าคุณพยายามจะเอาฉันกลับมา ฉันอาจระเบิดอารมณ์ใส่
Baby by now you should know ที่รัก ตอนนี้คุณคงรู้แล้ว

[Chorus – Miley Cyrus]
I can’t be tamed, I can’t be saved (I can’t be tamed) ฉันไม่ใช่คนที่เลี้ยงให้เชื่องได้ ง่ายๆ ฉันไม่ยอมให้ใครเอาเก็บไว้
I can’t be blamed, I can’t, can’t (oh, oh, oh, oh, oh) ฉันไม่ยอมให้ใครมาบ่นว่า หรือตำหนิติเตียน
I can’t be tamed, I can’t be changed
I can’t be saved, I can’t be (can’t be)
I can’t be tamed

[Verse Three – Miley Cyrus]
I’m not a trick you play, I ride a different way ฉันไม่ใช่กลทีคุณเล่น ฉันจะแผลงไปอีกทาง
I’m not a mistake, I’m not a fake, It’s set in my DNA ฉันไม่ผิด ฉันไม่ได้หลอกลวง มันอยู่ใน DNA ของฉัน
Don’t change me, don’t change me (Ooooh ooh) อย่ามาเปลี่ยนฉัน อย่ามาเปลี่ยนฉัน
Don’t change me, don’t change me อย่ามาเปลี่ยนฉัน อย่ามาเปลี่ยนฉัน
(I can’t be tamed) (ฉันเลี้ยงไม่เชื่องหรอก)

กิจกรรมการเรียนการสอน

1. ใช้คำถามนำสู่การอภิปราย
2. ช่วยกันหาความหมายในบทเพลง แล้วเฉลยตอนหลัง
3. ฝึกอ่านเนื้อเพลงให้ถูกต้องตามแบบในวีดีโอแสดงเนื้อเพลง

กิจกรรมเสนอแนะ

1. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพลง
2. สอนไวยากรณ์ Passive Voice -can’t be tamed.

โครงการพัฒนาครูสู่มืออาชีพ

โครงการพัฒนาครูสู่มืออาชีพ

                                          สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4

ศน.เพชราภรณ์ อยู่นาน กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา

     ๑. วัตถุประสงค์

๑.๑ เพื่อให้ครู ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน พัฒนาเทคนิคการสอนร้อยละ ๑๐๐
๑.๒ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพิ่มขึ้นรอยละ ๔ ต่อปี
๑.๓ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิค/วิธีการสอนของครูที่ผ่านการอบรมและครู Master Teacher ที่เป็นแบบอย่างได้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

       ๒. เป้าหมาย

๒.๑ ด้านปริมาณ
– ครู ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้รับการพัฒนาเทคนิคการสอน ร้อยละ ๑๐๐
๒.๒ ด้านคุณภาพ
-ครูมีเทคนิค/วิธีการสอนที่เป็นแบบอย่างได้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้  กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเผยแพร่ต่อ สาธารณชน
– นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔ ต่อปี

       ๓. กิจกรรมดำเนินงาน

  ที่

กิจกรรม/

รายละเอียดการใช้งบประมาณ

เป้าหมาย

ระยะเวลา

ผู้รับผิดชอบ

  ๑ แจ้งศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนคัดเลือกครู Master Teacher เพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาครู

จังหวัดละ ๙ ศูนย์  รวม ๑๘ ศูนย์

เม.ย.๕๔

คณะศึกษานิเทศก์
  ๒ ประชุมวางแผนการพัฒนาครูประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์ฯ ครู Master Teacher ๘ กลุ่มสาระฯ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กลุ่มละ ๖ คน วิชา เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ วิชาละ ๖ คน กลุ่มครูบรรณรักษ์ (รวม ๑๒ กลุ่ม ๗๒ คน) ศึกษานิเทศก์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ๓๐๐ คน ระยะเวลา ๑ วัน

จังหวัดละ  ๙ ศูนย์รวม ๑๘ ศูนย์

พ.ค.๕๔-ก.ค.๕๔

คณะศึกษานิเทศก์
  ๓ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ เรื่องการพัฒนาเทคนิคการสอนรูปแบบต่างๆในชั้นเรียน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร ให้แก่ครู ๘ กลุ่มสาระฯ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ครู Master Teacher ศึกษานิเทศก์ และเจ้าหน้าที่ รวม ๓๗๘ คน ระยะเวลา ๑ วัน

๓๗๘ คน

ก.ค.๕๔

คณะศึกษานิเทศก์
Master Teacher ๘ กลุ่มสาระฯ กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน ๗๒ คน ขยายเครือข่ายแก่ครูในสัดส่วน ๑ : ๗ (ครู  Master Teacher ๑ คน : ครูเครือข่าย ๗ คน) รวม ๕๐๔ คน-ค่าพาหนะครู  Master Teacher ๗๒ คน ๆ ละ ๒,๑๐๐ บาท

๓๙๐ คน

ก.ย.๕๔

คณะศึกษานิเทศก์
ครู Master Teacher  และศึกษานิเทศก์ ร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีของครูในเครือข่าย ๘ กลุ่มสาระฯ กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กลุ่มละ/วิชาละ ๑ ชิ้น เพื่อจัดทำเป็นชิ้นงานเผยแพร่ให้โรงเรียนทุกโรงเรียน ๙๐ คน

๑๒ ชิ้นงาน

ก.ย.๕๔

คณะศึกษานิเทศก์
จัดทำ CD/DVD และเอกสารผลงานที่ดีของครูในเครือข่าย ๘ กลุ่มสาระฯ  กลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เผยแพร่ให้โรงเรียน (๑๒ ชิ้น ๆ ละ ๕๐๐ บาท)

ก.ย.๕๔

คณะศึกษานิเทศก์

    ๕. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๕.๑ ครูสามารถพัฒนาเทคนิคการสอน และจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

๕.๒ ครู Master Teacher ขยายเครือข่าย และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิค/วิธีการสอน ที่เป็นแบบอย่างได้ ให้แก่ครู ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

การสอนโดยใช้ Blog

Blog คืออะไร

บล็อก (อังกฤษ: blog) หรือ เว็บล็อก (weblog) เป็นหน้าเว็บประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่า blog ย่อมาจากคำว่า weblog หรือ web log โดยคำว่า weblog นั้นมาจาก web (เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก) รวมกัน หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเอง

ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่าย – Wikipedia

สรุปง่ายๆ Blog ก็คือ Website รูปแบบหนึ่ง ที่มีการจัดเรียง “เรื่อง” หรือ post เรียงลำดับ โดยเรื่องใหม่จะอยู่บนสุด ส่วนเรื่องเก่าสุดก็จะอยู่ด้านล่างสุด Blog อาจจะพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นของ ไดอารี่ online ก็เป็นได้ โดย Blog จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ได้ ไม่จำกัด ซึ่ง ไดอารี่ ก็ถือว่าเป็น Blog ในรูปแบบหนึ่ง

ประโยชน์ของการทำ Blog เพื่อใช้ในการเรียนการสอนนั้นมากมายมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับวิชาภาษาอังกฤษ

Introduce self lesson

การแนะนำตัวเป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

เนื้อหา เหมาะสำหรับช่วงชั้นที่ 3 ม.1-3

มาตรฐาน ต 1.2   มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร   แสดงความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวชี้วัด                ม.1/1. สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง   กิจกรรม และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

มาตรฐาน ต 1.3  นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูด และการเขียน

 ตัวชี้วัด  ม.1/1   พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง    กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว

มาตรฐาน ต 2.1    เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะ

ตัวชี้วัด  ม.1/1        ใช้ภาษา  น้ำเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพเหมาะสม  ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

การแนะนำตัวเบื้องต้น

Key Vocabulary

My name is…
What’s (is) your name …
Where are you from?
I’m from… Are you (Spanish, American, German, etc.)

Peter : Hello. My name’s Peter. What’s your name?
Janet : Janet.
Peter :  Where are you from Janet?
Janet : I’m from Seattle. Where are you from?
Peter : I’m from Madrid.
Janet : Are you American?
Peter : Yes, I am. Are you Spanish?
Janet : Yes I am.

เมื่อพูดคุยกันซักพักแล้ว อย่าลืมพูดว่า Nice to  meet you. เป็นการแสดงมารยาทที่ดี

Greeting                                                                                            Response
How do you do?                                                     (It’s a) Pleasure meeting you.
I’m (pleased, happy, glad) to meet you.     (Pleased, Happy, Glad) to meet you, too.
(It’s) (Nice, Good, Great) meeting you.        Same here.

Greeting                                                                                              Response
Good (morning, afternoon, evening) (name).    Good (morning, afternoon, evening) (name).
Hello, (name). How are you?                           Very well, thank you.
Hi. How are you doing?                                       Fine, thanks. And you?
Hi, (name). What’s new?                                      Nothing much.

Informal way (แบบไม่เป็นทางการ)
If they say                                                                     The usual response is
Hi. How are you?                                                    Fine, thanks, and you?
How ya doing?                                                         Okay, How about you?     .
How’s it going?                                                        Okay, and you?
What’s happening?                                                 Not much, how about you?
What’s up?                                                                  Same old same old, and you?
Hey dude! What’s up?                                           No much. What’re you up to?
Hey, how’s it going, great to see ya, gotta run, catch ya later.     Hi (and a wave)     Bye!

ดู ตัวอย่างการแนะนำตัว สาธิตโดยครูสอนภาษาอังกฤษที่ได้รับการคัดเลือกไปอบรมเพื่อเสริมประสบการณ์ ที่ Cambridge ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2552 นำทีมโดย คุณยุวดี อยู่สบาย หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพครูภาษาอังกฤษ สถาบันภาษาอังกฤษ สพฐ.

เยี่ยมครูเครือข่าย อ.ชัยยา แอนดริส

คงจะเป็นภารกิจสุดท้ายในการออกเยี่ยมครูเครือข่าย ซึ่งมีอยู่ 2 โรงเรียน

อ.ชัยยา แอนดริส เป็นผู้ที่มีความสามารถมาก ที่ไปครั้งนี้ น่าจะเป็นการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขอความร่วมมือในการทำ Project ขยายผลเสียมากกว่า ไม่จำเป็นที่ Master Teacher จะต้องเป็นครูแกนนำเสียเองหมด บางครั้งครูเครือข่ายก็กลับเป็นผู้ให้ idea ดีๆ แก่ Master Teacher เสียเอง

ร.ร.เทพศิรินทร์ คลองสิบสาม ไกลมาก ต้องเข้าไปในถนนคอนกรีตยาว ส่วนมากนักเรียนจะนับถือศาสนาอิสลาม

อ.ชัยยา เคยเป็นครูสอนอยู่ ร.ร.บัวแก้วเกษรมาก่อน จึงสนิทสนมกับคนขับรถเก่าแก่ และยินดีสมัครเป็นครูเครือข่ายในทันทีที่เขตการศึกษาให้เลือก Master Teacher

ถึงจะไกลอย่างไร เมื่อเขาเลือกเราแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่เยี่ยมเยือนกันก่อนเป็นอันดับแรก

อาจารย์ให้การต้อนรับอย่างดีค่ะ แนะนำสถานที่ เล่าเรื่องวิธีการสอนใหม่ๆ เช่น การนำนักเรียนไปเป็นมัคคุเทศน์น้อย ที่วัดพืชอุดม การใช้ห้องปฏิบัติการทางภาษา

ดูบรรยากาศการไปเยือน ร.ร.เทพศิรินทร์ในวันอังคารที่ 7 กันยายน 2554 กันค่ะ

นำเ้ข้าสู่บทเรียนด้วยเซียมซีคำศัพท์

เซียมซีคำศัพท์

อ.นิศากร โพธิ์มั่น หัวหน้ากลุ่มสาระฯภาษาต่างประเทศ ร.ร.บัวแก้วเกษร เสนอเทคนิคการนำเข้าสู่บทเรียนที่น่าสนใจ คือ การใช้เซียมซีคำศัพท์อุปกรณ์ของเราก็คือ กระบอกไม้ไผ่ที่มีไม้เซียมซี ครูติดป้ายคำแปลภาษาไทยไว้ตรงปลายไม้ (เปลี่ยนคำศัพท์ใหม่ๆบ้าง เมื่อใช้ไประยะหนึ่งแล้ว)

ใช้นำเข้าสู่บทเรียน เป็นการทบทวนคำศัพท์

เรียก volunteer ออกมาลองเขย่า ไม้ไหนร่วงออกมา ก็ดูคำภาษาไทยที่ติดปลายไม้เซียมซีไว้ แล้วสะกดเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ปลายไม้มีป้ายติดว่า ลูกโป่ง นักเรียนสะกด

b-a-l-l-o-o-n  บอลลูน

เด็กๆ สนุกมากเชียวค่ะ จากการเข้าไปสังเกตการสอนในวันนั้น แต่คุณครูอย่าใจอ่อนนะคะ พอ warm up ไปได้ซัก 5 นาที ก็เข้าสู่บทเรียนได้เลย ไว้เล่นใหม่วันต่อไป

การนำเสนอผลงาน Best Practice เมื่อวันครู 16 มกรา 2554

ความเป็นมา กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษามีการพัฒนา ตนเอง พัฒนางานในหน้าที่ จนเกิดผลดีต่อการพัฒนานักเรียน โดยจัดให้มีการพัฒนาครูทั้งระบบ โดยผู้ที่มีผลการประเมินในระดับสูง ได้รับคัดเืลือกให้เป็น Master Teacher เพื่อขยายเครือข่ายต่อไป
     วัตถุประสงค์ เพื่อ ส่งเสริมให้ Master Teacher และผู้บริหารสถานศึกษาแกนนำได้พัฒนางานจนมีผลงานดีเด่นเชิงประจักษ์ สามารถขยายเครือข่ายแบบร่วมคิดร่วมทำจนเกิดเป็นผลงานที่เป็น Best Practice เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ระหว่าง เครือข่าย
     เป้าหมาย  Master Teacher/แกนนำ 1 คน ขยายเครือข่ายอย่างน้อย 5 คน และ 1 เครือข่าย นำเสนอผลการปฏิบัติงานของกลุ่มเครือข่ายในลักษณะนิทรรศการและนำเสนอผลงานที่ เป็น Best Practice

นำเสนอผลงาน Best Practice โดยได้รับการคัดเลือกจากศูนย์ ERIC โรงเรียนสายปัญญารังสิต

มหกรรมเทิดพระเกียรติพระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน
จัดโดย สำนักงานการศึกษามัธยมศึกษาเขต 4 จังหวัดปทุมธานี


ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น